ศิลปะวัฒนะธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี

  • เครื่องดนตรีที่สำคัญ ได้แก่ กายา-กุม มีลักษณะคล้ายขิม มี 12 สายบรรเลงเพลงได้เกือบทุกประเภท เกียวมุน- โก มี 7 สาย ให้เสียงลี้ลับและอ่อนละมุน

คายากึม

คายากึม1

  • ธงชาติเกาหลี มีชื่อเรียกว่า เททัคคี (Taegukki) มีฐานรากและความหมายมาจากปรัชญาตะวันออก มีรูปวงกลมอยู่ตรวกลาง แบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่ากัน และเหมือนกันแต่กลับหัวกันเป็นเครื่องหมาย หยิน (Yin) และหยาง (Yang)

ธงชาติเกาหลีใต้

  • เครื่องหมายหยาง เป็นสีแดงอยู่ข้างบน หมายถึงพลังอำนาจทางด้านดี และเครื่องหมายหยินสีน้ำเงินอยู่ข้างล่าง หมายถึงพลังอำนาจทางร้าย ความหมายรวมสำคัญที่ต้องการแสดงว่า ถึงแม้มีการเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่งในขอบเขตอันไม่สิ้นสุดของจักรวาล แต่ขณะเดียวกันก็มีความสมดุลและกลมกลืนด้วยเช่นกัน ส่วนเครื่องหมาย 4 อย่างที่อยู่แต่ละมุมแสดงถึงลักษณะสำคัญในจักรวาล 4 อย่าง สวรรค์ ดิน ฟ และน้ำ เป็นต้นธง
  • อาหารเกาหลี ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดี ได้แก่ เนื้อย่าง เรียกว่า พูลโกกี (Pulgogi) เป็นชิ้นเนื้อแช่น้ำซีอิ๊วผสมงาและเครื่องเทศ แล้วนำมาปิ้งบนตะแกรงบนเตาไฟที่จัดวางไว้ที่โต๊ะอาหาร
    • ซินซอลโล (Sinsonlo) เป็นอาหารประเภทต้มใส่ผัก ไข่ และเนื้อ ใส่ในหม้อปรุง ตั้งไฟให้ร้อนบนโต๊ะอาหาร

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ซินซอลโล (Sinsonlo)

    • กิมจิ (Kimchi) เป็นผักดองที่มีรสเผ็ดจัด มีการทำกิมจิและบริโภคกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณจนกลายเป็นวัฒนธรรมสำคัญของเกาหลี มีเทศการทำกิมจิกันในช่วงเดือนพฤศจิกายนและต้นเดือนธันวาคมของทุกปีเพื่อเก็บไว้กินตลอกฤดูหนาว มีการทำกิมจิทั้งในเมืองและชนบท กิมจิจะทำด้วยผักกาดขาว ผักกาดหัว เกลือ ผักชีฝรั่ง ต้นหอมสด พริกแดง กระเทียม กุ้ง ปลา หมึก หอยนางรม และผลไม้บางประเภท เช่น แอปเปิ้ล เกาลัด และลูกแพร์ เป็นต้น รัฐบาลเกาหลีได้หยิบยกเรื่องกิมจิโฆษณาให้ต่างชาติรู้จักกันทั่วโลกถึงวัฒธรรมอันเก่าแก่ของเกาหลีควบคู่ไปกับความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีการสร้างพิพิธภัณฑ์กิมจิ ที่สถานีรถไฟใต้ดินซุงมูโล (Sung Mulo) ใจกลางกรุงโซ เพื่อแสดงสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ทำกิมจิ วิธีทำและตำราเกี่ยวกับกิมจิทุกชนิดซึ่งมีมากกว่า 30 ชนิด มีรสชาติและวิธีทำแตกต่างกันออกไปตามจังหวัดและภูมิภาค

Kimchi

kimchi_1

  • โสมเกาหลี เป็นสินค้าสัญลักษณ์ประจำชาติเกาหลี จนให้ประเทศเกาหลีได้ชื่อว่าเป็นประเทศโสมขาว (เกาหลีใต้) และประเทศโสมแดง (เกาหลีเหนือ) โสมเป็นพืชสมุนไพรพันธุ์เตี้ย สูงประมาณ 5-12 นิ้ว ขึ้นอยู่ตามไหล่เขา ทางน้ำเซาะระหว่างภูเขา และร่มไม้ขนาดใหญ่ เพราะโสมมีความไวต่อแสงแดดมาก โสมจะขึ้นได้ดีที่สุดในอากาศเหมาะสมมีอุณหภูมิประมาณ 70 อาศาฟาเรนไฮต์ ดินที่มีแร่ธาติอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำที่ดี และมีปริมาณฝน 1,300  มิลลิเมตรต่อปี โสมจะต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโต การปลูกโสมเพื่อการค้า ผู้ปลูกต้องเอาใจใส่อย่างดีเพื่อจะได้รักษาโสมที่มีคุณค่าคุณภาพสูง

โสม

ต้นโสม

  • โสมเกาหลี  แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือโสมแดงและโสมขาว
    • โสมแดง จะใช้รากที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้กรรมวิธีผึ่งและตากแห้ง ทำโสมมีสีแดง และบรรจุหีบห่อด้วยกระบวนการพิเศษ มีราคาแพงมาก

โสมแดง

โสมแดง_1

    • โสมขาว ทำจากโสมที่มีอายุ 4-5 ปี ใช้วิธีล้างและตากแห้งด้วยแดด ทำให้โสมขาวมีสีเหลืองหรือสีครีม

โสมขาว

          สินค้าโสมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นชาโสม หัวสกัดเป็นน้ำ แคปซูลเม็ด รากแช่น้ำผึ้งหรือสุรา จะต้องผ่านการรับรองและมีใบรับรองจากองค์การจากผูกขาดของรัฐบาลจึงถือว่าเป็นของแท้  จึงทำให้โสมมีราคาแพงมาก  เพราะช่วยในการรักษาโรคและทำให้อายุยืน  พันธุ์โสมเกาหลีที่มีชื่อเสียง คือ จินเสงและพาแนกซ์

Advertisements

เกาหลียุคใหม่

       ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ประมาณ ค.ศ. 1876 เกาหลีเปิดประเทศติดต่อกับต่างชาติเนื่องจากสภาพที่ตั้งบนคาบสมุทรเกาหลีที่เปรียบเทียบเสมือนสะพานเชื่อมเกาหลีกับจีน แมนจูเรียและรัสเซีย ตลอดจนความสำคัญทางจุดยุทธศาสตร์ ทำให้เกาหลีต้องเป็นสมรภูมิรบหลายครั้ง เช่น สงครามจีน-ญี่ปุ่น (Chinese-Japanese War, ค.ศ. 1894-1895) และสงครามญี่ปุ่น-รัสเซีย (Japanes-Russian War ค.ศ.1904-1905)  เกาหลีเป็นประเทศที่พยายามหลีกเลี่ยงสงครามด้วยการใช้นโยบายแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวและยึดมั่นในสันติภาพจนได้รับสมญาว่า รัฐฤษษี (The Hermit State) แต่เกาหลีก็ไม่อาจหลุดพ้นจาการคุกคามของชาติที่มีอิทธิพลคือญี่ปุ่น  ซึ่งถือว่าเกาหลีมีความสำคัญต่อญี่ปุ่นอย่างมากทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ การสงครามและผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของญี่ปุ่นจากการติดต่อกับส่วนอื่น ๆ ของเอเชีย ญี่ปุ่นมีนโยบายที่จะเข้ามายึดครอง มีบทบาทอละอิทธิพลอย่างเต็มที่ในเกาหลีตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ในที่สุดวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 1910 ญี่ปุ่นได้ยึดครองและบังคับให้เกาหลีลงนามยอมเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น เกาหลีต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองจจองญี่ปุ่นเป็นเวลานานถึง35 ปี สร้างความขมขื่นและเกลียดชังให้แก่ชาวเกาหลีอย่างมาก เพราะญี่ปุ่นได้กอบโกยตักตวงผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานของเกาหลี ขู่บังคับให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ เปลี่ยนชื่อเป็นแบบญี่ปุ่น สนับสนุนให้นับถือศาสนาชินโต ตั้งหน่วยสืบราชหารลับเพื่อสอดส่องจับกุมผู้ขัดขืน ย้ายโรงงานอุตสาหกรรมของเกาหลีไปอยู่ทางภาคเหนือ และให้ภาคมต้เป็นแหล่งเกษตรเพื่อเป็นอู่ข้าวอู่น้ำให้กับญี่ปุ่น มีการโอนกิจการธนาคาร การคมนาคมขนส่งและสหกรณ์ ให้ไปอยู่ภายใต้การอำนวยการของบริษัทบูรพาแห่งญี่ปุ่น เพื่อนำผลประโยชน์รายได้ส่งให้แก่ญี่ปุ่น

       ชาวเกาหลีได้รับการกดขี่และเดือดร้อนยากลำบากมาก ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1919 ชางเกาหลีได้จัดตั้งขบวนการกู้ชาติ (The Independence Moverment) ทำการต่อสู้ ซุ่มทำร้ายและทำลายชีวิตทรัพย์สินของทหารและพลเรือนญี่ปุ่นโดยทั่วไป ผู้ปกครองญี่ปุ่นจึงได้กวาดล้างขบวนการกู้ชาติอย่างทารุณโหดร้าย ทำให้ชาวเกาหลีนับแสนคนต้องอพยพหลบหนีไปอาศัยบริเวณกันโก (Kun-go) ซึ่งอยู่ทางเหนือติดกับจีนและรัสเซีย ส่วนปัญญาชนและผู้มึฐานะดีได้อพยพไปตั้งหลักแหล่งที่เกาะฮาวายและแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา บางกลุ่มก็ไปอยู่เซียงไฮ้และเมืองใหญ่ ๆ ของจีน พวกเหล่านี้ได้ลักลอบส่งเงิน อาวุธ และความช่วยเหลือต่าง ๆ มาให้ชาวเกาหลีในประเทศสู้รบกับญี่ปุ่น

       ขบวนการกู้ชาติเกาหลีแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มชาตินิยมและเสรีนิยม กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ จุดประสงค์สำคัญ คือ การกู้ชาติให้เป็นอิสระโดยไม่คำนึงถึงลัทธิการเมืองหรือผลลัพธ์อื่นที่จะตามมาในอนาคต

       เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดพร้อมกับการพ่ายแพ้ของญี่ปุ่น เกาหลีจึงได้รับเอกราชในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งถือว่าเป็นวันอิสรภาพ (Liberation Day) และเป็นวันหยุดราชการในปัจจุบัน ในเวลาเดียวกัน เกาหลีได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ตรงเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร (The Demilitarized Zone)

       เกาหลีใต้เรียกว่าชื่อว่า สาธารณรัฐเกาหลี (The Republic of Korea) มีการปกครองแบบประชาธิปไตย ดร. ซิงแมน รี (Singman-Ri) ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรก รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกที่ร่างเสร็จในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1948 ซึ่งถือว่าเป็น วันรัฐธรรมนูญ (Comstitutiom Day) และเป็นวันหยุดราชการในปัจจุบัน

       เกาหลีเหนือเรียกชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี (The Democratic People’s Republic of Korea) มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ นายคิม อิลซึง (Kim ll Sing) เป็นผู้นำประเทศจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1948

       นับตั้งแต่นั้นมา เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือต่างมีฐานะเป็นประเทศอิสระ และต่างก็เริ่มบูรณะประเทศของตนต่อไป กองทัพของสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับมอบหมายจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นผู้ดูแลเกาหลีใต้ได้ถอนตัวออกจากเกาหลีใต้เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1949 หลังจากสิ้นสุดพันธะที่ต้องคุ้มครองเกาหลีใต้แล้ว มีผลทำให้ประสิธิภาพและกำลังอาวุธในการป้องกันเกาหลีใต้ลดลง ในขณะที่เกาหลีเหนือได้รับการเสริมกำลังทหารและอาวุธจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

สงครามเกาหลี (Korea War ค.ศ. 1950-1953)

       เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 กองทหารเกาหลีเหนือจำนวนมากกว่า 60,000 ราย ได้รุกข้ามเขตเส้นขนานที่ 38 เข้ามาในเกาหลีใต้ และสามารถยึดกรุงโซลได้ภายใน 5 วัน สหรัฐอเมริกาและกองทหารของสหประชาชาติจึงได้ยกพลขึ้นบกที่เกาหลีใต้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อต่อสู้ขับไล่กองทหารเกาหลีเหนือออกไป และได้โจมตีดินแดนทางส่วนของจีนคอมมิวนิสต์ ทำให้จีนไม่พอใจเพราะเป็นการละเมิดอธิปไตย จีนจึงส่งกำลังทหารช่วยรบกับกองทหารเกาหลีเหนือยึดดินแดนที่เสียไปได้คืนมาหมด และยังได้ยึดกรุงโซลและเมืองอื่น ๆ ในเกาหลีใต้ ต่อมากองทัพสหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติสามารถยึดดินแดนเกาหลีใต้กลับคืนมาได้ ในที่สุดมีการเซ็นสัญญาทางทหาร (The Armistic Agreement) หยุดยิงที่หมู่บ้านมุนจอม (Panmunjom) ในเขตปลอดทหาร เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1953 ซึ่งเป็ฯการสิ้นสุดสงคราทเกาหลีที่กินระยะเวลานานถึง 3 ปี  เหตุการณ์ดังนี้ได้เพิ่มรอยร้าวของการแตกแยกและชิงดีชิงเด่นกันมากยิ่งขึ้นระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ แต่อย่างไรก็ตาม ในศตวรรณที่ 1980 เกาหลีใต้ประสบผลสำเร็จอย่างมากทางด้านเศรษฐกิจ พัฒนาประเทศเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ในทศวรรษที่ 1990 อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีของความหวังในการรวมชาติเกาหลีให้สำเร็จ

เกาหลีโบราณ

three_kingdoms_of_korea_map

สมัยสามอาณาจักร (พ.ศ. 506 – 1203)

  • อาณาจักรโคกูรยอ  พัฒนาขึ้นในบริเวณตอนเหนือลุ่มแม่น้ำยาลู ต่อมา…เผ่าโคกูรยอเริ่มเข้มแข็งมากขึ้นเมื่อราชวงศ์ฮั่นของจีนล่มสลายและสามารถขยายอำนาจเข้ายึดครองมณฑลนังนังจากจีนได้เมื่อพ.ศ.856 …เนื่องจากมีกองทัพที่เข้มแข็งและสามารถต่อต้านศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • อาณาจักรแพกเจ พัฒนาขึ้นในดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ทางด้านทะเลเหลืองชาวแพกเจเป็นผู้รักสันติสุขมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์อารยธรรมเกาหลีกล่าวคือ ในพุทธศตวรรษที่ 10 แพกเจ มีความสงบและเป็นแคว้นที่มั่งคั่งเพราะทำการค้าขายกับชาติเพื่อนบ้านเช่น จีนและญี่ปุ่น
  • อาณาจักรชิลลา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี แต่อาณาจักรนี้ไม่เข้มแข็งมากนักในช่วงแรก ดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับอาณาจักรโคกูรยอตลอด จนกระทั่งหลังสงครามระหว่างอาณาจักรโคกูรยอกับแพกเจ อาณาจักรชิลลาจึงเข้มแข็งขึ้นเป็นลำดับ อาณาจักซิลลามีบทบาทในการรวบรวมเกาหลีให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จโดยเข้ายึดครองอาณาจักรอาณาจักรโคกูรยอและแพกเจได้สำเร็จ ในพ.ศ. 1211 นับเป็นเวลาที่แคว้นต่างๆในคาบสมุทรเกาหลีรวมตัวกันเป็นครั้งแรก ต่อมาพุทธศตวรรษที่ 14 อาณาจักรซิลลาเริ่มเสื่อมลง จนในที่สุดแม่ทัพคนหนึ่งสามารถตั้งตนเป็นกษัตริย์ละสถาปนาราชวงศ์โคเรียวปกครองดินแดนเกาหลี จึงทำให้ราชวงศ์   ซิลลาสิ้นสุดลงและมีราชวงศ์ใหม่ขึ้นมาปกครองต่อ

cats12333

สมัยราชวงศ์โคเรียว (พ.ศ. 1411  – 1935 )

        วังกอน ผู้ซึ่งเคยเป็นแม่ทัพของอาณาจักรซิลลา สถาปนาราชวงศ์และตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์โคเรียว ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่สร้างสรรค์ความเจริญให้กับเกาหลี ดังเห็นได้จากชื่อราชวงศ์   โคเรียว เป็นที่มาของชื่อประเทศเกาหลีในปัจจุบันวังฮู อาณาจักรนี้เจริญสูงสุดในสมัยกษัตริย์มุนจง ยุคนี้เป็นยุคที่ส่งเสริมพระพุทธศาสน มีการทำสงครามกับพวกญี่ปุ่นและมองโกล ถูกจีนควบคุมในสมัยราชวงศ์หงวน จนเมื่ออำนาจของราชวงศ์หงวนอ่อนแอลง อาณาจักรโคเรียวต้องพบกับปัญหาโจรสลัดญี่ปุ่นและการรุกรานของราชวงศ์หมิง ในที่สุดทำให้ฝ่ายทหารมีอำนาจมากขึ้นจนนำไปสู่การยึดอำนาจของแม่ทัพยีซองเกและสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1935

pageweo3234

สมัยราชวงศ์โชซอน (พ.ศ. 1935 – 2435)

     ยีซองเก แม่ทัพแห่งราชวงศ์โคเรียว ได้รวมเกาหลีเป็นปึกแผ่นและตั้งราชวงศ์โซซอน โดยสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์เซจงแห่งราชวงศ์โชซอน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงโซลในปัจจุบัน ในสมัยนี้ส่งเสริมลัทธิขงจื้อให้เป็นลัทธิประจำชาติและไม่ส่งเสริมพุทธศาสนา ในราชวงศ์นี้เองที่ประดิษฐ์อักษรฮันกึลขึ้นใช้แทนอักษรจีน ความขัดแย้งกับชาติตะวันตกโดยเฉพาะเรื่องคริสต์ศาสนาและความแตกแยกในหมู่ขุนนางทำให้ราชวงศ์นี้เสื่อมลง จนถูกญี่ปุ่นยึดครองและล้มล้างระบอบกษัตริย์ไปในที่สุด

       ราชวงศ์โชซอน ได้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1910  ในปลายศตวรรษที่ 19 เกาหลีถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น ประชาชนโดนรีดนาทาเร้นเพื่อผลประโยชน์ของจักรวรรดิญี่ปุ่น ผู้ยึดครองพยายามลบล้างวัฒนธรรมเกาหลี แม้กระทั่งห้ามชาวเกาหลีพูดภาษาของตนเองแต่ชาวเกาหลีก็ต่อต้าน ตลอดมา ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศกระทั่งประกาศยอมพ่ ายแพ้ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นการยุติสงครามโลก ครั้งที่สอง

       ภายหลังช่วงญี่ปุ่นยึดครองอันน่าเจ็บปวดสิ้นสุดลง สงครามเกาหลี(1950-53) ก็อุบัติขึ้น คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  ที่บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 คือ ประเทศเกาหลีใต้มีระบอบการปกครองประเทศเป็นระบอบประชาธิปไตย ส่วนประเทศเกาหลีเหนือมีระบอบการปกครองประเทศเป็นระบอบคอมมิวนิสต์  โดยถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร  ประเทศเกาหลีอยู่ภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง แต่ประเทศก็เจริญก้าวหน้าเป็นส่วนสำคัญในประชาคมระหว่างประเทศ และได้พิสูจน์ ตัวเองด้วยการเป็นเจ้าภาพที่ดีในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคปีพ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) และการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เกาหลีและญี่ปุ่นปีพ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) ปัจจุบันเกาหลีเป็นประเทศที่มีเครือข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยการเติบโตที่รวดเร็ว ต่อเนื่องทางระบบออนไลน์และภาคโทรคมนาคม เกาหลีมีชื่อเสียงด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วอย่างมากจึง
กำหนดมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม ระดับนานาชาติได้ เกาหลีเตรียมตัวเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียในฐานะประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งชาวเกาหลีก็พยายามสร้างสะพานทั้งสะพานของจริงและสะพานเชื่อมต่อ ไซเบอร์เพื่อสร้างมิตรภาพและ ความฝันกับผู้คนทั่วโลก

ที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตร์

       เกาหลีเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี ที่ทอดตัวมาจากประเทศจีนลงมาทางใต้ ทางปลายสุดของคาบสมุทรมีเกาะใหญ่ที่สุด คือ เกาเชจู พรมแดนทางด้านเหนือติดกับประเทศจีน แมนจูเรีย และไซบีเรียของรัสเซีย โดยมีแม่น้ำยาลู (Yalu River) ยาว 790 กิโลเมตร และแม่น้ำทูมัน (Tuman River) ยาว 521 กิโลเมตร เป็นเส้นกั้นพรมแดน ทางด้านตะวันตกใกล้กับประเทศจีน โดยมีทะเลเหลือง (Yellow Sea) กั้น ทางด้านตะวันออกใกล้กับประเทศญี่ปุ่น โดยมีทะเลตะวันออก (EAST Sea) กั้น

  • เกาหลีเหนือ มีกรุงเปียงยาง (Pyongyang) เป็นเมืองหลวง มีประชากร 20.69 ล้านคน (ค.ศ. ตคค) มีเนื้อที่ 46,540 ตารางไมล์
  • เกาหลีใต้ มีกรุงโซล (Seoul) เป็นเมืองหลวงมีประชากรทั้งประเทศ 42.08 ล้านคน (ค.ศ.1988) มีเนื้อที่ 38.175 ตารางไมล์

map_korea_south

         

สภาพภูมิประเทศของเกาหลี

พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศร้อยละ 70 เป็นภูเขาและที่ราบสูง ภูเขาในเกาหลีเหนือจะสูงมากกว่าเกาหลีใต้ เทือกเขาที่สำคัญ ได้แก่ เทือกเขาแบ็กตู (Bachtu Mountain) และเทือกเขาเทแบ็ก (T’aeback Mountain) ยอดที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาฮัลลา (Halla peak) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วตั้งอยู่บนเกาะเซจู

pagejk

กลุ่มชาติพันธุ์

ชาวเกาหลีมีเชื้อสายมองโกเลีย มีภาษาพูดมาจากตระกูลอัลตาอิค (Altaic family) เป็นภาษาแมนจูเรียและมองโกเลีย อักษรตัวเขียนของเกาหลีเรียกว่า ฮันกูล (Hangul) ซึ่งประกอบด้วยพยัญชนะ 14 ตัว และสระ 10 ตัว

ภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศ 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว มีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาวและร้อนจัดในฤดูร้อน เขตที่มีอากาศสบายที่สุด คือ เกาะเซจู มีอุณหภูมิ 58 องศาฟาเรนไฮต์

อารยธรรมเกาหลี

          ประเทศเกาหลีตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคเอเชียตะวันออก   บริเวณคาบสมุทรเกาหลี ลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ติดต่อกับจีนทำให้เกาหลีรับอารยธรรมจีน  ทั้งทางด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ศาสนา ปรัชญา การศึกษา  ฯลฯ

 flagkorea

         ซึ่งแต่เดิมเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เดิมเป็นประเทศเดียวกันและมีพัฒนาการที่เจริญรุ่งเรืองมานานกว่า 2,000 ปี แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเกาหลีได้แบ่งเป็น 2 ประเทศ คือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ทั้งสองประเทศมีภาษาและวัฒนธรรมเดียวกัน แต่มีพัฒนาการทางการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจแตกต่างกัน